การเอาเพลงใส่ในblog
1.เราต้องมีไฟล์เพลงที่ต้องการใส่ลงในบลอคก่อนนะ ซึ่งส่วนใหญ่ทุกคนคงจะมีเป็นไฟล์ .mp3 หรือ .wma นำไฟล์เพลงไป upload ไว้ตามเวบที่รับฝากไฟล์ก่อน (file hosting) เพื่อจะให้ได้ URL ของไฟล์เ
นั้นมา ดูวิธีการ upload ไฟล์ได้ที่บลอค Click
เวบที่แจก URL เพลง คือเวบ GetCode มีช่องให้ค้นหาเพลงที่ต้องการด้วยค่ะ หรือเมื่อเข้าไปหน้าแรกแล้ว ให้เข้าไปที่เมนู "รายชื่อเพลง" จากนั้นกดเลือกเพลงที่ต้องการ ดังรูป
GetCode
2. Copy URL ในช่องสี่เหลี่ยมในกรอบแดงเก็บไว้ก่อน อันนี้คือ URL ของเพลง
3. โค้ดใส่เพลง
<embed name="objMediaPlayer" pluginspage="http://www.microsoft.com/Windows/MediaPlayer/"src="http://www.bzro.net/getcode/pj.php?1776" width="300" height="47" type="application/x-mplayer2" autostart="false" loop="false" showstatusbar="true" /> </embed />
มาดูการกำหนดค่าในแต่ละ attribute กันนะคะ
src: บริเวณที่ไฮไลท์ไว้ ให้ใส่ URL ของเพลง (URL จากข้อ 2)
width: กำหนดความกว้างของ Window Media Player
height: กำหนดความยาวของ Window Media Player
autostart: true ถ้าต้องการให้เพลงเล่นทันทีเมื่อเข้ามาในเวบ / false เพลงจะเล่นต่อเมื่อผู้ใช้กดปุ่ม play ก่อน
loop: true เล่นเพลงวนไปเรื่อย ๆ / false เล่นเพลงครั้งเดียว / n ใส่ตัวเลขจำนวนครั้งที่จะให้เพลงวน
showstatusbar: true แสดง status bar / false ไม่แสดง status bar (status bar คือ แถบสีดำล่างสุดที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับเพลง เช่น ชื่อเพลง เวลา สถานะ เป็นต้น)
volume: กำหนดความดังของเพลง สามารถใส่ตัวเลข 0 - 100 ค่า default ของ Window คือ 50 ค่ะ
4. หลังจากกำหนดค่าต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ให้นำโค้ดไปใส่ตอนเขียนบลอค โดยกดปุ่ม ก่อนค่ะ เพื่อเข้าสู่ HTML Mode จากนั้นใส่โค้ดลงไป แล้วกดปุ่ม อีกที จะเห็น Window Media Player ขึ้นในหน้าเขียนบลอคแล้วค่ะ แล้วก็ Publish ได้เลยยย
5. เสร็จแล้ว แค่นี้ก็มีเพลงเพราะ ๆ ฟังในบลอคของคุณแล้ว
ป้องกันการคลิกขวา
Code สำหรับป้องกันการคลิกขวาของคนเข้าเว็บ (ใช้ป้องกันได้ แต่ไม่ 100%) โดย Copy Code ด้านล่างนำไปวางระหว่าง <head> และ </head> ในเว็บของคุณ แล้วก็เปลี่ยนข้อความที่ท่านต้องการให้แจ้งเมื่อคลิกขวาตรงข้อความที่เป็นสี น้ำเงินวิธี Copy ให้ใช้ Mouse ระบาย Code แล้วกด Ctrl+C เพื่อ Copy แล้ว Ctrl+V เพื่อวาง
วิธี Copy ให้ใช้ Mouse ระบาย Code แล้วกด Ctrl+C เพื่อ Copy แล้ว Ctrl+V เพื่อวาง
<script language="JavaScript">
<!--
var message="กำลังทำอะไร จ๊ะ"; // กำหนดตัวแปรและค่าสำหรับข้อความที่แสดงเมื่อมีการคลิกขวา
function click(e)
{
if (document.all) {
if (event.button == 2) {
alert(message);
return false;
}
}
if (document.layers) {
if (e.which == 3) {
alert(message);
return false;
}
}
}
if (document.layers) {
document.captureEvents(Event.MOUSEDOWN);
}
document.onmousedown=click;
//-->
</script>
การทำ counter นับจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
สำหรับผู้ที่ทำเว็บเพจการใช้ counter ฟรีที่มีให้บริการตามที่ต่าง ๆ ก็ดูสวยดีแต่หากต้องการที่จะทำการนับจำนวนผู้ที่เข้าชมเว็บเพจของเราในแต่ละหน้าแยกจำนวนออกจากกันจะทำอย่างไร พอดีไปเจอ CGI ทำ counter แบบง่ายๆ และเห็นว่าน่าใช้งานดีเลยถือโอกาสนี้นำมาฝากกันก็สำหรับผู้ที่ใช้โฮสต์แบบที่รองรับ
CGI เช่น Hypermart.net เท่านั้น
โดยได้นำมาจาก http://www.utilmind.com ซึ่งมีความสามารถพิเศษ
คือเป็นcounter
แบบตัวเลขที่ทำงานโดยการเรียกCGI โดยไม่ต้องระบุอะไรโปรแกรมจะทำการตรวจสอบชื่อของไฟล์
html ที่เรียกและสร้างฐานข้อมูลสำหรับการนับ
พร้อมทั้งแสดงผลเป็นตัวเลขได้ทันที ดูตัวอย่างการทำงานได้จากการนับจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละหน้าที่ด้านล่างขวามือ
การใช้งานและติดตั้งก็ง่ายมากๆ
โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ดาวน์โหลด source code และทำการunzip เก็บไว้ในโฟล์เดอร์/cgi-bin/counter/
2. ไฟล์ข้างในจะประกอบด้วย counter.cgi คือไฟล์ที่เป็น cgi สำหรับรัน
counter.txt คือไฟล์สำหรับเก็บข้อมูลการนับ
index.html คือตัวอย่างการใส่code
สำหรับการเรียกcounter.cgi
3. ทำการupload ทั้งหมดไปเก็บไว้ที่Server ของhypermart โดยใช้ FTP
Program
4. ไฟล์ counter.cgi ขณะที่ Upload ต้องเลือก mode แบบASCII ด้วยและเปลี่ยน
mode เป็น 755 ก่อน
5. ที่หน้าเว็บเพจไหน หากต้องการทำการนับจำนวนให้หาที่ว่างๆใส่ code
นี้ลงไปจำนวนผู้เข้าชม
<!--#include virtual="/cgi-bin/counter/counter.cgi"--> ครั้ง
หรือดูตัวอย่างจากไฟล์ index.html ที่ดาวน์โหลดไปก็ได้
6. ตรวจสอบใน source code ของไฟล์ html ก่อนนะครับว่าไม่มีสัญญลักษณ์ต่างๆ ปะปนอยู่ด้วย
7. หลังจากนั้นโปรแกรมจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อมีผู้เรียกดูหน้าเว็บเพจโดยที่เราไม่ต้องระบุชื่อไฟล์ html เลย
8. สามารถตรวจสอบจำนวนของ counter ได้โดยการเรียกดูไฟล์
/cgi-bin/counter/counter.txt




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น